ลองจินตนาการว่าคุณเดินอยู่ในย่าน Midtown แมนฮัตตัน ท่ามกลางตึกระฟ้าที่ทอดตัวยาวสุดสายตา ระหว่างทางคุณสะดุดตากับป้ายเล็ก ๆ ที่เขียนว่า ‘This space is open to the public.’ มันตั้งอยู่ริมลานหินเล็ก ๆ หรือในห้องโถงสูงโอ่อ่าของอาคาร บางครั้งมีเก้าอี้เหล็กเพียงไม่กี่ตัวให้คนสัญจรได้นั่งพัก

พื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่สวนสาธารณะของรัฐ แต่เป็นผลลัพธ์ของนโยบายผังเมืองที่ชื่อว่า ‘Privately Owned Public Spaces’ หรือ ‘POPS’ ซึ่งเจ้าของอาคารเอกชนจัดให้มีและดูแลเพื่อแลกสิทธิประโยชน์ด้าน FAR (Floor to Area Ratio) แต่ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ใช้ได้
หลายคนเดินผ่านโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะนั่งพัก กินกาแฟ อ่านหนังสือ หรือแค่ยืนคุยกับเพื่อนตรงนั้น เพราะการออกแบบและการจัดการของหลาย POPS ทำให้พื้นที่ที่ควรเป็น ‘ของทุกคน’ ดูเหมือนเป็นเพียงทางผ่านหรือพื้นที่ส่วนตัวที่ไม่ต้อนรับคนแปลกหน้า
ปัจจุบัน เฉพาะในแมนฮัตตันมี POPS อย่างน้อย 342 แห่ง คิดเป็นพื้นที่สาธารณะรวมกันกว่า 2.4 ล้านตารางฟุต หรือราว 55.6 เอเคอร์ ตัวเลขนี้จำกัดอยู่ในแมนฮัตตัน ขณะที่ระดับทั้งเมืองนิวยอร์ก (Citywide) มี POPS มากกว่า 590 แห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 3.5 – 3.8 ล้านตารางฟุต นี่ไม่ใช่สวนขนาดใหญ่อย่าง Central Park แต่เป็นเครือข่ายของ Pocket Park, Plaza และ Atrium ที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วเมือง บางแห่งมีการใช้งานคึกคัก เป็นจุดพักผ่อนและนัดพบ บางแห่งกลับรกร้างและไร้ชีวิตชีวา
ทั้งหมดนี้คือผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างผังเมือง กฎหมาย และการเงิน ที่ทำให้พื้นที่ส่วนตัวกลายเป็นพื้นที่สาธารณะ


